มาเถอะพี่น้องชาวราชภัฏ

บล็อกนี้เป็นความตั้งใจอย่างหนึ่งของผู้สร้างที่มุ่งเน้นจะนำความรู้จากหลายๆแหล่งมารวบรวมเพื่อให้ผู้เยี่ยมชมได้เลือกสรรกันตามความสนใจ

วันพฤหัสบดี

Week 4 [3 Dec 2010]

วิชาการแปล 2 เป็นวิชาที่ต่อจากการแปล 1 ที่เป็นการฝึกแปลจากภาษาอังกฤษเป็นไทย โดยวิชานี้จะเป็นการแปลจากภาษาไทยเป็นอังกฤษ และจะมีความยากและซับซ้อนมากกว่า ซึ่งผู้เรียนนั้นจะต้องมีความรู้ในเรื่องของหลักไวยกรณ์ เป็นอย่างดี และในการแปลจากภาษาไทยเป็นอังกฤษนี้ ไวยกรณ์ที่มีการใช่บ่อยและจำเป็นจะต้องรู้มี 2 อย่างคือ Progreesive และ Perfective Aspect
Progreesive Aspect หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Continuous เป็นกาลในเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดขึ้นในอดีตหรือปัจจุบัน ซึ่งจะมีหลักการอยู่ ดังนี้
1. เป็นการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น
She was sleeping หล่อนหลับยาว
2. เป็นการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงอย่างรวดเร็ว แต่เกิดขึ้นอย่างซ้ำๆ ตัวอย่างเช่น
The boy is hitting my dog with a stick. เด็กหนุ่มคนนั้นใช้ไม้ตีสุนัขของฉัน
3. เป็นการกระทำหรือเหตุการณ์ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น
I am writing a book on global worming. ฉันกำลังเขียนหนังสือเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน
4. เป็นการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เกิดชั่วคราว ตัวอย่างเช่น
She is living in London. หล่อนกำลังอยู่ที่ลอนดอน
5. เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต ซึ่มีการวางแผนเกี่ยวกับสิ่งนั้นไว้แล้วในปัจจุบัน
She is flying to China tonight. หล่อนจะเดินทางไปประเทศจีนในคืนนี้

Week 2 [19 Nov 2010]

การเรียนการสอนภษาอังกฤษนั้น เป็นวิชาที่มีความซับซ้อนค่อนข้างมาก มีองค์ความรู้ที่จะต้องมีการเผยแพร่หลายๆองค์ความรู้ ซึ่งผู้ที่จะทำหน้าที่ในการเผยแพร่องค์ความรู้เหล่านั้น แน่นอนจะต้องเป็นครู ซึ่งครูจะต้องมีคุณสมบัติในการที่เป็นผู้ซึ่งมีองค์ความรู้ที่ดีได้จะต้องมีคุณสมบัติที่ชัดเจนเหมือนกัน

การเป็นครูสอนภาษาอังกฤษนั้น ครูผู้นั้นจำเป็นที่จะต้องมีคุณสมบัติ 4 ตัว และจะต้องสร้างคุณสมบัติเหล่านั้นให้เกิดขึ้นกับตัวผู้เรียนให้ได้ คุณสมบัติดังกล่าวคือ 1. Critical Mind 2. Creative Mind 3. Productive Mind 4. Responsible Mind ซึ่งทั้ง 4 ตัวนี้มีความสำคัญและจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มี

1. Critical Mind หรือ Cognitive Domain เป็นกระบวนการหนึ่งซึ่งจะมีความเกี่ยวข้องกับสมอง ซึ่งคุณสมบัตินี้ ผู้สอนจะต้องมีการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และตีความ ซึ่งต้องใช้สมองเป็นส่วนสำคัญ และผู้สอนจะต้องฝึกสมองให้มาก โดยการฝึกคิดให้สมองได้มีการทำงาน เมื่อสมองมีการทำงานก็จะทำให้กระบวนการคิดของเรานั้นมีประสิทธิภาพยี่งขึ้น
2. Creative Mind จะเป็นในส่วนของ New Innovative ผู้สอนจะต้องมีการคิดอย่างสร้างสรรค์ สามารถคิดในกระบวนการที่มีความแปลกใหม่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งขั้นนี้นั้น จะต้องมีพื้นฐานมาจาก Critical Mind อย่างดีเสียก่อน ก็จะทำให้ในขั้นนี้สามารถสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่มาได้อย่างน่าเชื่อถือ
3. Productive Mind เป็นขั้นที่เกี่ยวกับการสร้างชี้นงานหรือผลิตชิ้นงานขึ้นมา ซึ่งในการสอนนั้น สิ่งที่จะต้องผลิตขึ้นมาก็คือ ความรู้ที่ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยผู้สอนจะต้องมีการสร้างขึ้นมาแล้วทำให้ผู้เรียนได้ดูเป็นตัวอย่างหลังจากนั้นก็ พยายามกระตุ้นให้ผู้เรียนได้ได้มีการปฏิบัติตาม
4. Responsile เป็นขั้นที่เกี่ยวกับ หน้าที่ ความรับผิดชอบที่จะต้องทำ ผู้สอนจะต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนอย่างเคร่งครัด และจะต้องใส่ใจในหน้าที่ ซึ่งเมื่อผู้เรียนได้เห็นในการกระทำดังกล่าวก็จะคิด และอาจจะนำมาเป็นแบบอย่างได้
คุณสมบัติที่จะต้องมีทั้ง 4 ตัวนี้ เป็นสิ่งที่ผู้ทีต้องการจะเป็นครูทุกนั้ต้องมี ดังนั้น ในขณะที่เรากำลังศึกษาอยู่ก็สามารถที่จะฝึกในคุณสมบัติเหล่านี้ได้ เพื่อที่จะได้เป็นนิสัยและสามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นธรรมชาติของตนเอง

week 1 12 Nov 2010

การเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้แบบใดก็ตาม จะต้องมีวิธีการที่จะกระทำเพื่อให้องค์ความรู้ที่มีหรือได้รับนั้นยังคงอยู่ ในรายวิชา การแปล 2 ก็เช่นเดียวกัน จะต้องมีวิธีการเพื่อที่จะพัฒนาให้องค์ความรู้ที่ได้รับนั้นมีการพัฒนาในระดับที่ดีขึ้น ซึ่งยังมีอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เราสามารถเก็บรักษาองค์ความรู้ที่มีและได้รับ อีกทั้งยังสามารถเผยแพร่ให้บุคคลอื่นได้ด้วย นั้นก็คือ การทำ Blog
การทำBlog นั้น สามารถทำได้จากหลายแหล่งด้วยกัน อาจจะเป็น Blogger.com หรือ Learners.com ก็ได้ การสร้างBlogนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราจะต้องมีนั้นก็คือ ข้อมูล เนื้อหาความรู้ที่จะต้องใส่ลงไป เนื้อหาที่จะใส่ลงไปนั้น จะขึ้นอยู่กับแต่ละรายวิชาหรือแต่ละคาบที่เรียนไป สำหรับวิชาการแปล 2 นั้น เนื้อหาที่จะต้องใส่ลงไปใน Blog จะเป็นเนื้อหาที่จะสอดคล้องกับทักษะทั้ง 4 ทักษะ คือ Reading, Writing, Listening and Speaking Skills โดยในการหาเนื้อหามาใส่นั้น เราสามารถที่เลือกมาจากแหล่งความรู้ใดก็ได้ อาจจะเป็นจากหนังสือ วารสาร นิตยาสาร งานวิจัย หรือจากแหล่งเทคโนโลยี ไมว่าจะเป็น จาก Google, Youtube, และอื่นๆ ซึ่งเราจะต้องพยายามคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ ในเนื้อหาและข้อมูลเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากภาษาของเราเอง เมื่อเราสรุปองค์ความรู้ได้แล้ว เราก็สามารถจะเผยแพร่องค์ความรู้เหล่านั้นให้กับผู้อื่นได้รับรู้หรือได้พิจารณา แล้วก็ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับองค์ความรู้ภายใน Blog ของเราเพื่อนำปสู่การปรับปรุงแก้ไขในครั้งต่อไป
Blogเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ผู้เรียนนั้นได้มีการพัฒนาในองค์ความรู้ของตัวเอง เนื่องจากสิ่งจะใส่ลงในBlog นั้นจะต้องผ่านกระบวนการคิดและวิเคราะห์ก่อนจึงจะนำลงมาใส่ได้ จึงทำให้กระบวนการคืดของผู้เรียนมีการพัฒนาขึ้น และจะนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้อื่นๆต่อไปได้อย่างมีประสิทธฺภาพ